Saturday, February 10, 2024
Google search engine
HomeSEOGoogle Penalty มีกี่แบบและมีแบบใดบ้าง?

Google Penalty มีกี่แบบและมีแบบใดบ้าง?

Google Penalty เป็นเรื่องที่นักการตลาดออนไลน์ต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะหากเกิดการละเมิดนโยบายของ Google อาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลบออกจากดัชนีของ Google หรือถูกลดอันดับลงจนหายไปจากหน้าแรกของผลการค้นหา การถูก Google Penalty อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณได้อย่างมาก เนื่องจากการที่เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของผลการค้นหา Google อาจทำให้ลูกค้าพลาดการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้

Google Penalty มีหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Manual Penalty และ Algorithmic Penalty โดย Manual Penalty จะเป็นการลงโทษที่เกิดจากการตรวจสอบโดยผู้ควบคุมการประกาศของ Google หรือ Search Quality Rater ซึ่งเป็นบุคคลที่มนุษย์ ส่วน Algorithmic Penalty จะเป็นการลงโทษที่เกิดจากการปรับปรุงอัลกอริทึมของ Google ซึ่งเป็นการทำงานอัตโนมัติ โดยการปรับปรุงอัลกอริทึมนี้จะมีผลต่อเว็บไซต์ที่ไม่เป็นไปตามนโยบายของ Google ซึ่งอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับลงหรือถูกลบออกจากดัชนีของ Google ได้

ประเภทของ Google Penalty

การลงโทษแบบมืออัตโนมัติ

Google Penalty แบบมืออัตโนมัติเป็นการลงโทษที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดย Google Algorithm โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบโดยมนุษย์ การลงโทษแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายประเภท เช่น การลงโทษเนื่องจากการใช้เทคนิค SEO ที่ไม่เหมาะสม การใช้คำสำคัญที่ไม่เกี่ยวข้อง การสร้างเนื้อหาที่ไม่มีคุณค่า การใช้เทคนิคเชิงด้านเทคนิคที่ผิดปกติ เป็นต้น

การลงโทษแบบมือ

การลงโทษแบบมือเป็นการลงโทษที่เกิดขึ้นโดยมีการตรวจสอบโดยมนุษย์ โดยทีม Google จะตรวจสอบเว็บไซต์และประเมินว่ามีการละเลยกฎระเบียบของ Google หรือไม่ การลงโทษแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายประเภท เช่น การลงโทษเนื่องจากการละเลยกฎระเบียบของ Google การแสดงผลเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การใช้เทคนิค SEO ที่ผิดปกติ การกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

ในการลงโทษแบบมืออัตโนมัติและแบบมือ คุณควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของ Google และเน้นการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกลงโทษโดย Google Algorithm และทีม Google ที่ตรวจสอบโดยมนุษย์

การลงโทษแบบมืออัตโนมัติ

Penguin

การลงโทษแบบ Penguin เป็นการลงโทษที่เกี่ยวกับการค้นหาเว็บไซต์และการวิเคราะห์การเชื่อมโยงของเว็บไซต์ โดยการลงโทษนี้จะเกี่ยวข้องกับการลิ้งค์ที่ไม่ดีและการลิ้งค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ การลงโทษแบบ Penguin จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับในการค้นหาของ Google และอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

Panda

การลงโทษแบบ Panda เป็นการลงโทษที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ โดยการลงโทษนี้จะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ไม่ดี ไม่เป็นประโยชน์และไม่เกี่ยวข้องกับคำค้นหา การลงโทษแบบ Panda จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับในการค้นหาของ Google และอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

Mobilegeddon

การลงโทษแบบ Mobilegeddon เป็นการลงโทษที่เกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์บนมือถือ โดยการลงโทษนี้จะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้บนมือถือ การลงโทษแบบ Mobilegeddon จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับในการค้นหาของ Google และอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

Pirate

การลงโทษแบบ Pirate เป็นการลงโทษที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการลงโทษนี้จะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ การลงโทษแบบ Pirate จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับในการค้นหาของ Google และอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

การลงโทษแบบมือ

การซื้อลิงค์

การซื้อลิงค์เป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมในการสร้างความน่าเชื่อถือและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณ หาก Google ตรวจพบการซื้อลิงค์ของคุณ จะมีการลงโทษแบบมือที่จะถูกปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณ การลงโทษแบบมืออาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลบออกจากดัชนีของ Google และนักการตลาดอื่นๆ จะไม่สามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้

การซื้อลิงค์นั้นมีราคาและคุณภาพของลิงค์ที่คุณซื้อไม่ได้รับการควบคุม การซื้อลิงค์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถืออาจทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับลิงค์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลงโทษแบบมือ

การสร้างลิงค์ที่ไม่เกี่ยวข้อง

การสร้างลิงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณไม่ได้มีประโยชน์ต่อการเพิ่มความน่าเชื่อถือและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณ การสร้างลิงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลงโทษแบบมือ

การสร้างลิงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องนั้นอาจเกิดขึ้นได้หลายวิธี เช่น การสร้างลิงค์จากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ หรือการสร้างลิงค์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การสร้างลิงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลงโทษแบบมือ

การสร้างลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความน่าเชื่อถือของเว็

วิธีการตรวจสอบ Google Penalty

ถ้าเว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google หรือเว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับลงโดยไม่คาดคิด อาจเป็นเพราะว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับ Google Penalty ซึ่งเป็นการลงโทษเว็บไซต์ของคุณเนื่องจากการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับนโยบายของ Google อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบ Google Penalty นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบการแสดงผลใน Google Search Console: คุณสามารถเข้าสู่ Google Search Console เพื่อตรวจสอบสถานะการแสดงผลของเว็บไซต์ของคุณได้ หากเว็บไซต์ของคุณถูกลดอันดับลง หรือไม่ปรากฏในผลการค้นหา อาจเป็นเครื่องหมายว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับ Google Penalty
  2. ตรวจสอบการแสดงผลใน Google Analytics: คุณสามารถตรวจสอบการแสดงผลของเว็บไซต์ของคุณได้ใน Google Analytics หากมีการลดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือการเข้าชมเว็บไซต์ลดลงอย่างมาก อาจเป็นเครื่องหมายว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับ Google Penalty
  3. ตรวจสอบการแสดงผลใน Google: คุณสามารถค้นหาชื่อเว็บไซต์ของคุณใน Google และตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาหรือไม่ หากเว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหา อาจเป็นเครื่องหมายว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับ Google Penalty

การตรวจสอบ Google Penalty เป็นเรื่องสำคัญในการรักษาความสูงของเว็บไซต์ของคุณในผลการค้นหาของ Google ดังนั้น คุณควรตรวจสอบสถานะการแสดงผลของเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกัน Google Penalty ให้มากที่สุด

วิธีการฟื้นฟูจาก Google Penalty

หากเว็บไซต์ของคุณได้รับ Google Penalty มาก็ไม่ต้องหวังว่าปัญหานี้จะหายไปเอง แต่คุณสามารถทำการฟื้นฟูได้โดยใช้วิธีต่อไปนี้:

1. ตรวจสอบปัญหาและแก้ไข

ก่อนที่คุณจะเริ่มฟื้นฟูเว็บไซต์ของคุณจาก Google Penalty คุณควรตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณก่อน โดยคุณสามารถใช้ Google Search Console เพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ และแก้ไขปัญหาตามที่ Google แนะนำ

2. ลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

หากคุณมีเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มีคุณค่าสำหรับผู้ใช้งาน คุณควรทำการลบเนื้อหาดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ของคุณ

3. สร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าสำหรับผู้ใช้งาน

หลังจากที่คุณได้ลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกจากเว็บไซต์ของคุณแล้ว คุณควรสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าสำหรับผู้ใช้งาน เนื้อหาดังกล่าวควรมีคุณภาพสูงและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน

4. สร้างลิงค์ที่มีคุณภาพ

การสร้างลิงค์ที่มีคุณภาพสูงจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณในสายตาของ Google และผู้ใช้งาน คุณสามารถสร้างลิงค์ที่มีคุณภาพโดยการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณค่าสำหรับผู้ใช้งาน และแบ่งปันเนื้อหาดังกล่าวให้ผู้ใช้งานที่สนใจ

5. รองรับการเข้าถึงผ่านมือถือ

การรองรับการเข้าถึงผ่านมือถือจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของคุณ เนื่องจากผู้ใช้มือถือมีมากขึ้นในปัจจุบัน การออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและเหมาะสมกับหน้าจอของมือถือเป็นสิ่งสำคัญ

สรุป

การโดน Google Penalty เป็นเรื่องที่ผู้ที่ทำ SEO ต้องรู้จักและต้องระมัดระวังเสมอ เพราะการโดน Penalty อาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลบออกจากดัชนีของ Google หรือตกอยู่ในอันตำรวจ ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google และเสียโอกาสในการได้รับการเข้าชมจากผู้ใช้งาน

มีแบบของ Google Penalty ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ Manual Penalty และ Algorithmic Penalty

Manual Penalty

Manual Penalty เป็นการโดน Penalty ที่เกิดจากการตรวจสอบโดยบุคคลจริง โดยพนักงานของ Google จะตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณและพบว่ามีการละเมิดนโยบายของ Google เช่น การสร้าง backlink โดยใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง การใช้คำสำคัญโดยไม่เหมาะสม หรือการทำ SEO ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของคุณโดน Penalty และตกอยู่ในอันตำรวจ

Algorithmic Penalty

Algorithmic Penalty เป็นการโดน Penalty ที่เกิดจากการปรับปรุงอัลกอริทึมของ Google ที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ตรงกับเกณฑ์ของ Google ซึ่งอาจเกิดจากการใช้คำสำคัญที่ไม่เหมาะสม การสร้าง backlink โดยใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง หรือการทำ SEO ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของคุณโดน Penalty และตกอยู่ในอันตำรวจ

การโดน Google Penalty เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ของคุณโดน Penalty ควรปฏิบัติตามนโยบายของ Google และทำ SEO ด้วยวิธีที่ถูกต้องและไม่ละเมิดนโยบายของ Google

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments