Sunday, February 11, 2024
Google search engine
HomeSEOHTTP Status Code ที่เหล่า SEO ควรรู้!

HTTP Status Code ที่เหล่า SEO ควรรู้!

HTTP Status Code เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างเว็บเบราว์เซอร์และเว็บเซิร์ฟเวอร์ ในการพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเห็นได้ในการค้นหา ผู้ที่ดูแล SEO จำเป็นต้องรู้จัก HTTP Status Code และควรรู้เท่าที่จำเป็นต้องใช้

HTTP Status Code ประกอบด้วยหลักการทำงานที่สำคัญในการเข้าถึงเว็บไซต์ และเป็นตัวกำหนดว่าเว็บไซต์มีปัญหาหรือไม่ โดย HTTP Status Code จะแสดงผลลัพธ์เป็นตัวเลข 3 หลัก ซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ แต่ละหมวดหมู่จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป และสามารถใช้ในการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ได้

การทราบและเข้าใจ HTTP Status Code เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ทำงานด้าน SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพสูง และเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเห็นได้ในการค้นหา ดังนั้น ในบทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับ HTTP Status Code ที่เหล่า SEO ควรรู้!

ความหมายของ HTTP Status Code

HTTP Status Code เป็นรหัสสถานะที่เป็นผลลัพธ์ของการร้องขอข้อมูลจากเว็บไซต์ โดยมีหน้าที่แจ้งผู้ใช้งานว่าการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์มีปัญหาหรือไม่ ซึ่งรหัสสถานะจะแบ่งออกเป็นหลายๆ ประเภท ตั้งแต่รหัสสถานะ 1xx จนถึงรหัสสถานะ 5xx

รหัสสถานะ 1xx

รหัสสถานะ 1xx จะเป็นการตอบกลับว่าการร้องขอข้อมูลได้รับการรับรู้แล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งรหัสสถานะในกลุ่มนี้จะมีเพียง 3 รหัสสถานะ ได้แก่ 100 (Continue), 101 (Switching Protocols), 102 (Processing)

รหัสสถานะ 2xx

รหัสสถานะ 2xx จะแสดงว่าการร้องขอข้อมูลได้รับการประมวลผลเรียบร้อยแล้ว โดยรหัสสถานะในกลุ่มนี้จะมีหลายๆ รหัสสถานะ เช่น 200 (OK), 201 (Created), 204 (No Content), 206 (Partial Content) ฯลฯ

รหัสสถานะ 3xx

รหัสสถานะ 3xx จะแสดงว่าการร้องขอข้อมูลได้ส่งต่อไปยัง URL อื่นๆ เนื่องจาก URL ต้นฉบับไม่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยรหัสสถานะในกลุ่มนี้จะมีหลายๆ รหัสสถานะ เช่น 301 (Moved Permanently), 302 (Found), 304 (Not Modified), 307 (Temporary Redirect) ฯลฯ

รหัสสถานะ 4xx

รหัสสถานะ 4xx จะแสดงว่าการร้องขอข้อมูลมีปัญหาเนื่องจากผู้ใช้งานร้องขอข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล โดยรหัสสถานะในกลุ่มนี้จะมีหลายๆ รหัสสถานะ เช่น 400 (Bad Request), 401 (Unauthorized), 403 (Forbidden), 404 (Not Found) ฯลฯ

รหัสสถานะ 5xx

รหัสสถานะ 5xx จะแสดงว่าการร้องขอข้อมูลมีปัญหาเนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาหรือขัดข้อง โดยรหัสสถานะในกลุ่มนี้

HTTP Status Code ที่สำคัญสำหรับ SEO

รหัสสถานะ 200

รหัสสถานะ 200 หมายถึงเว็บไซต์ทำงานได้ปกติ และเมื่อผู้ใช้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้น จะไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำ SEO เช่น การอัพเดตเนื้อหาใหม่ๆ หรือการเพิ่มหน้าเว็บไซต์ใหม่ๆ ก็จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการอัพเดตและเพิ่มความสมบูรณ์ของเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการจัดอันดับในการค้นหาของเครื่องมือค้นหา

รหัสสถานะ 301

รหัสสถานะ 301 หมายถึงเว็บไซต์ได้เปลี่ยนที่อยู่ URL แล้ว และได้มีการเปลี่ยนที่อยู่ URL เป็น URL ใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เว็บไซต์เดิมไม่มีอยู่แล้ว แต่จะแสดงเว็บไซต์ที่มี URL ใหม่แทน การใช้รหัสสถานะ 301 จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่าเว็บไซต์เดิมได้ย้ายไปอยู่ที่อยู่ URL ใหม่แล้ว และจะแสดงผลให้เว็บไซต์ใหม่ได้รับการจัดอันดับในการค้นหา

รหัสสถานะ 302

รหัสสถานะ 302 หมายถึงเว็บไซต์ได้เปลี่ยนที่อยู่ URL แล้ว แต่เว็บไซต์เดิมยังคงมีอยู่ การใช้รหัสสถานะ 302 จะไม่ส่งผลให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่าเว็บไซต์เดิมได้ย้ายไปอยู่ที่อยู่ URL ใหม่ แต่จะแสดงผลให้เว็บไซต์เดิมได้รับการจัดอันดับในการค้นหา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำ SEO ได้

รหัสสถานะ 404

รหัสสถานะ 404 หมายถึงเว็บไซต์ไม่พบหน้าที่ผู้ใช้เข้ามาเรียกดู การใช้รหัสสถานะ 404 จะส่งผลกระทบต่อการ

วิธีการวิเคราะห์ HTTP Status Code

HTTP Status Code คือ รหัสตอบกลับที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ส่งกลับไปยังเบราว์เซอร์ของผู้ใช้เมื่อมีการร้องขอข้อมูลจากเว็บไซต์ มีหลายรหัสตอบกลับที่แสดงถึงสถานะของการร้องขอข้อมูล เช่น สำเร็จ ไม่พบหน้าเว็บ หรือมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

การวิเคราะห์ HTTP Status Code จะช่วยให้ SEO สามารถตรวจสอบสถานะของการร้องขอข้อมูลได้ว่าเว็บไซต์ของเขามีปัญหาอะไร และต้องการแก้ไขอย่างไร

รูปแบบของ HTTP Status Code

HTTP Status Code ประกอบด้วย 3 ตัวเลข ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายต่างกัน ตัวเลขแรกแสดงถึงประเภทของสถานะ และตัวเลขสองและสามแสดงถึงรายละเอียดของสถานะนั้นๆ

รายการ HTTP Status Code ที่สำคัญ

นี่คือรายการ HTTP Status Code ที่สำคัญที่สุดที่ SEO ควรรู้:

รหัสความหมาย
200สำเร็จ
301ย้ายที่อยู่ถาวร
302ย้ายที่อยู่ชั่วคราว
404ไม่พบหน้าเว็บ
500ข้อผิดพลาดฝั่งเว็บเซิร์ฟเวอร์

การวิเคราะห์ HTTP Status Code

การวิเคราะห์ HTTP Status Code นั้นจะเป็นการตรวจสอบสถานะของการร้องขอข้อมูลจากเว็บไซต์ โดย SEO จะต้องตรวจสอบ HTTP Status Code ที่ได้รับจากเว็บไซต์และดำเนินการตามความเหมาะสม

หากได้รับ HTTP Status Code 200 แสดงว่าการร้องขอข้อมูลสำเร็จ แต่หากได้รับ HTTP Status Code 404 แสดงว่าไม่พบหน้าเว็บ ในกรณีนี้ SEO จะต้องตรวจสอบว่า URL ที่ร้องขอนั้นถูกต้องหรือไม่ และต้องแก้ไข URL ให้ถูกต้อง

การวิเคราะห์ HTTP Status Code จะช่วยให้ SEO สามารถตรวจสอบปัญหาของเว็บไซต์ได้อย่างรว

การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ HTTP Status Code

เมื่อ SEO พบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ HTTP Status Code แล้ว ต้องการแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์ ดังนั้นจึงควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบ HTTP Status Code ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ HTTP Status Code ที่มีอยู่ในตลาด เช่น W3C Validator, HTTP Status Code Checker หรือ HTTP Status Code Lookup Tool
  2. หาสาเหตุของปัญหา โดยตรวจสอบ Log File หรือ Google Analytics และ Google Search Console เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์ การค้นหาและการเชื่อมต่อ
  3. แก้ไขปัญหา โดยปรับปรุงโค้ดของเว็บไซต์ หรือแก้ไข URL หรือ Redirect URL ให้ถูกต้อง
  4. ทดสอบการแก้ไข โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ HTTP Status Code เพื่อตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือไม่

การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ HTTP Status Code ไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพียงแต่ต้องทำตามขั้นตอนข้างต้นอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์ ดังนั้น SEO ควรรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับ HTTP Status Code และวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ HTTP Status Code เพื่อให้เว็บไซต์ของตนมีประสิทธิภาพและมีการเข้าถึงที่ดีขึ้น

การทดสอบ HTTP Status Code

การทดสอบ HTTP Status Code เป็นขั้นตอนสำคัญที่ SEO ควรทำเพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของพวกเขามีการตอบสนองกลับด้วย HTTP Status Code ที่ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HTTP Status Code ที่ส่งกลับมาในกรณีที่มีข้อผิดพลาดหรือปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์

การทำการทดสอบ HTTP Status Code สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้เครื่องมือออนไลน์ฟรีจนถึงการใช้โปรแกรมที่ต้องซื้อ โดยที่เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ทดสอบสามารถตรวจสอบ HTTP Status Code ในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้าได้อย่างรวดเร็วและสะดวก

นอกจากนี้ การทดสอบ HTTP Status Code ยังช่วยให้ SEO สามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของพวกเขามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อ, ปัญหาการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์, หรือปัญหาอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการทำ SEO ของเว็บไซต์

ผู้ทดสอบควรตรวจสอบ HTTP Status Code ในหน้าเว็บไซต์ที่สำคัญ เช่น หน้าหลัก, หน้าสินค้า, หน้าบทความ และอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการทำ SEO ของเว็บไซต์

โดยสรุปแล้ว การทดสอบ HTTP Status Code เป็นขั้นตอนสำคัญที่ SEO ควรทำเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ HTTP Status Code ที่เว็บไซต์ตอบสนองกลับ และช่วยให้ SEO สามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของพวกเขามีปัญหาอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการทำ SEO ของเว็บไซต์

สรุป

HTTP Status Code ที่เหล่า SEO ควรรู้! เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบสถานะของเว็บไซต์ของคุณ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณมีปัญหาอะไรบ้าง และช่วยให้คุณแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างถูกต้อง

การทำ SEO มีความสำคัญอย่างมากในการเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณ และ HTTP Status Code เป็นสิ่งที่ SEO ต้องรู้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาของเว็บไซต์

HTTP Status Code ที่แสดงในตารางนี้เป็นสิ่งที่ SEO ควรรู้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาของเว็บไซต์ และช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น หากคุณต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณ คุณควรรู้จัก HTTP Status Code นี้ด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments